วันเสาร์ที่ 17 กันยายน พ.ศ. 2554

การปักชำ


* การปักชำ *
         การปักชำ คือ    การตัดส่วนหนึ่งส่วนใดของพืชเช่น

ลำต้นรากหรือใบมาปักชำไว้ในสภาพที่เหมาะสมต่อการเกิดรากและแตกยอดใหม่ ต้นพืชที่เกิดขึ้นใหม่มีลักษณะเหมือนต้นแม่ทุกประการ ฉะนั้น การปักชำควรจะเลือกต้นแม่ที่เป็นพันธุ์ดีตรงตามความต้องการ มีการเจริญเติบโตดี
แข็งแรง ปลอดโรค
         การปักชำเป็นวิธีที่ง่ายที่สุดในบรรดาวิธีการขยายพันธุ์แบบไม่ใช้เพศ เป็นวิธีที่ใช้ต้นทุนในการผลิตต่ำที่สุด และไม่ต้องการเครื่องมือมากนัก จึงเป็นวิธีที่นิยมใช้ทั่วไป พืชแต่ละชนิดมีวิธีปฏิบัติได้ปลายแบบแตกต่างกันไป ผู้ที่ทำการขยายพันธุ์พืชควรจะพิจารณาเลือกใช้วิธีที่ทำได้ง่ายและลงทุนน้อยที่สุด
แต่ได้ผลดี โดยการทดลองศึกษาว่าพืชแต่ละชนิดเหมาะสมกับการปักชำแบบใดมากที่สุด
                            ปักชำทำได้หลายวิธี ดังนี้
1. การปักชำกิ่งหรือต้น
2. การปักชำใบ
3. การปักชำราก

                             
1. การปักชำกิ่งหรือต้น
แบ่งออกเป็น 4 ประเภท ตามความอ่อนแก่ของเนื้อไม้
1.1 การปักชำกิ่งแก่

1.2 การปักชำกิ่งกึ่งอ่อนกึ่งแก่       
1.3 การปักชำกิ่งอ่อนและไม้พุ่มเนื้ออ่อน
1.4 การปักชำกิ่งอวบน้ำบางประเภท
                               การปักชำกิ่งแก่
       การปักชำกิ่งแก่เป็นวิธีที่ง่ายและถูกที่สุด กิ่งสำหรับปักชำสามารถเก็บไว้ระยะหนึ่ง เพื่อการขนส่งหรือเก็บรักษาเพื่อรอเวลาปักชำ
                               ลักษณะของกิ่ง
       ใช้กิ่งแก่ที่มีสีน้ำตาล เป็นกิ่งสมบูรณ์ (ไม่ยืดยาวหรือมีข้อห่างหรือกิ่งเล็ก) มีอาหารสะสมมาก เพื่อใช้เป็นอาหารสำหรับการออกรากและการเจริญของตาเป็นกิ่งใหม่ อาหารในกิ่งนี้ต้องเลี้ยงต้นใหม่จนกว่าจะเลี้ยงตัวได้เอง

                               ขนาดของกิ่ง
        ตัดกิ่งเป็นท่อน ๆ ยาวประมาณ 6-8 นิ้ว มีตาอย่างน้อย 2-3 ตา ตัดใบออกหมด ด้านบนและล่างตัดเฉียง 45-60 องศา ห่างจากตาสุดท้ายประมาณครึ่งนิ้ว การตัดควรจะให้กรรไกรด้านแบนอยู่ทางด้านกิ่งที่จะใช้ปักชำ (ด้านบนของกิ่งปักชำ ต้องพลิกมือให้กรรไกรด้านแบนแนบกับกิ่งปักชำ) เนื่องจากเนื้อไม้บริเวณที่ติดกับกรรไกรด้านแบนจะช้ำน้อยกว่าอีกด้านหนึ่ง

                                 การเร่งราก
การเร่งรากอาจกรีดที่โคนกิ่งยาวประมาณ 1 นิ้ว 2-3 รอย และจุ่มฮอร์โมนเร่งรากเพื่อช่วยให้เกิดรากดีขึ้น ฮอร์โมนที่ใช้มักจะมีความเข้มข้นค่อนข้างสูง

                                 วัสดุปักชำ
โดยทั่วไปนิยมปักชำในทรายผสมขี้เถ้าแกลบ อัตราส่วน 1:1 หรือขี้เถ้าแกลบอย่างเดียวก็ได้

                                วิธีการปักชำ
      ปักชำในวัสดุปักชำเป็นมุมเอียง 60 องศากับผิวหน้าวัสดุปักชำ ปักลึก 2/3 ของความยาวกิ่ง หรือมีตาบนสุดเหนือวัสดุปักชำ ระยะระหว่างแถวประมาณ 20 เซนติเมตร ระยะระหว่างกิ่งประมาณ 7 – 10 เซนติเมตร (ควรพิจารณาตามขนาดของกิ่ง ไม่ให้ชิดหรือห่างเกินไปเมื่อออกราก)

                                บริเวณปักชำ
       ตั้งในที่มีแสงแดดรำไร มีความชื้นสูง เนื่องจากกิ่งแก่ต้องการความชื้นสูงแต่ไม่สามารถทนต่อการรดน้ำจนเปียกโชกตลอดเวลา เพราะไม่มีใบคายน้ำ ถ้าให้น้ำบ่อยเกินไปกิ่งจะเน่าได้ง่าย ดังนั้น ควรทำบริเวณรอบ ๆ กิ่งชำให้มีความชื้นสูงดีกว่าการรดน้ำให้พืชโดยตรงบ่อย ๆ (ถ้าปักชำไม่มากนัก อาจจะชำในถุงพลาสติกขนาดใหญ่ผูกปากให้แน่น หรือตั้งในหมู่ต้นไม้ใหญ่ที่รดน้ำวันละครั้ง)

่                             การปักชำกิ่งกึ่งอ่อนกึ่งแก่
                                  ลักษณะของกิ่ง

     เป็นกิ่งที่มีเนื้อไม้แก่พอสมควร เปลือกมีสีเขียวหรือสีเขียวปนน้ำตาลเล็กน้อย กิ่งที่ใช้ปักชำต้องมีใบติดอยู่ด้วย

                                   ขนาดของกิ่ง
       ตัดกิ่งยาว 6-8 นิ้ว ริดใบตอนล่างออก เหลือใบตอนบนไว้ 3-5 ใบ ถ้าใบมีขนาดใหญ่ ให้ตัดใบออกประมาณครึ่งหนึ่งของใบ (ตัดใบให้มีขนาดเล็กลง) เพื่อลดการคายน้ำ หัวท้ายตัดเฉียง 45 องศา เหมือนกิ่งแก่

                                   การเร่งราก
มีการเร่งรากด้วยฮอร์โมน ซึ่งมักจะใช้ความเข้มข้นน้อยกว่ากิ่งแก่

                                   วัสดุปักชำ
นิยมใช้ทรายผสมขี้เถ้าแกลบ อัตราส่วน 1:1 เหมือนการปักชำกิ่งแก่

                                   วิธีการปักชำ
ชำในวัสดุปักชำลึก 1/3 ของกิ่ง ปักชำเฉียงหรือปักชำตรงก็ได้ ระยะห่างพอพุ่มใบชนกัน

                                   บริเวณปักชำ
       การปักชำกิ่งนี้ควรจะตั้งในที่มีแสงแดดจัด ร่วมกับการให้น้ำสม่ำเสมอตลอดเวลา เช่น ในกระบะพ่นหมอก หรือการให้น้ำแบบพ่นฝอย ซึ่งสามารถควบคุมให้พ่นน้ำเป็นระยะ ๆ ได้ เนื่องจากกิ่งประเภทนี้ยังมีอาหารสะสมไม่มากนัก จึงจำเป็นต้องมีใบเพื่อช่วยสังเคราะห์แสง ชาวสวนนิยมติดหัวพ่นฝอยเพื่อให้น้ำกับกิ่งปักชำตลอดเวลาที่มีแสงแดด (บริเวณปักชำอยู่กลางแจ้งมีแสงแดดเต็มที่)

                                            
การปักชำใบสามารถจะทำได้หลายวิธี ขึ้นอยู่กับพืชแต่ละชนิด โดยแบ่งเป็น
2.1 การปักชำแผ่นใบ
     โดยการตัดแผ่นใบออกเป็นส่วน ๆ ต้นและรากใหม่จะเกิดจากแผ่นใบโดยตรง การปักชำมีหลายวิธีขึ้นอยู่กับชนิดของพืช คือ

2.1.1 การปักชำใบลิ้นมังกร
      เลือกใบที่แก่และหนาพอสมควร ตัดเป็นท่อนยาวประมาณ 2-3 นิ้ว (อาจยาวกว่านี้ได้ ขึ้นอยู่กับปริมาณต้นที่ต้องการ) นำมาปักชำในวัสดุปักชำ (ทรายผสมขี้เถ้าแกลบอัตรา 1:1) ปักลึก ? - ? ของความยาวของชิ้นใบที่ใช้ปักชำ ต้นและรากใหม่จะเกิดตรงฐานของใบที่ปักชำ (ส่วนโคนของใบ) ใบเก่าจะค่อย ๆ แห้งตายไป การปักชำควรระวังหัวท้ายของใบ

2.1.2 การปักชำใบบีโกเนียประดับหรือกล็อกซีเนีย
      นำใบแก่มากรีดเส้นใบใหญ่ให้ขาดจากกัน (อาจกรีดให้ขาดเป็นส่วน ๆ หรือยังติดเป็นใบอยู่ก็ได้) การปักชำมี 2 วิธี คือ

(1) การปักชำแบบวางแผ่นใบลงบนวัสดุปักชำ กลบด้วยวัสดุปักชำบาง ๆ พอไม่ให้ใบแห้ง
(2) การปักชำแบบนำแผ่นใบแต่ละส่วนปักชำบนวัสดุปักชำ
นำกระบะปักตำตั้งไว้ในที่ร่มมีความชื้นสูงแต่ไม่แฉะ ต้นและรากใหม่จะเกิดตรงบริเวณเส้นใบที่ถูกตัดขาด ขณะเดียวกันใบเก่าจะค่อย ๆ แห้งตายไป

2.1.3 การปักชำใบโคมญี่ปุ่นหรือใบคว่ำตายหงายเป็น
       ตัดใบที่แก่วางบนวัสดุปักชำที่ชื้น การปักชำควรกลบใบบางส่วน หรือพยายามทำให้ขอบใบชิดอยู่กับวัสดุปักชำเพื่อป้องกันมิให้ใบแห้ง ต้นและรากใหม่จะเกิดตรงรอยหยักของแผ่นใบ บริเวณนั้นจะมีคัพภะของแผ่นใบที่พักตัวอยู่

2.2 การปักชำใบที่มีก้านใบ
       ต้นและรากใหม่จะเกิดตรงปลายของก้านใบ นิยมใช้ในการปักชำใบอัฟริกัน-ไวโอเล็ต ใบที่ปักชำควรจะเป็นใบที่อยู่ช่วงกลางของต้น ไม่ควรใช้ใบแก่ (ใบล่าง) หรือใบอ่อน (ใบยอด) ตัดใบให้มีก้านใบยาวประมาณ ? - 1 นิ้ว ปักชำก้านใบลงในวัสดุปักชำ ควรจะปักชำให้หันหน้าไปทางเดียวกันโดยตลอดอย่างมีระเบียบ อย่าให้ขอบใบชนกัน อาจชำในกระถาง 10 นิ้วตื้น หรือกระบะเพาะเมล็ดก็ได้ การใช้ฮอร์โมนเร่งรากความเข้มข้นต่ำประมาณ 50 ppm จุ่มก้านใบก่อนปักชำ จะช่วยให้ออกรากเร็วขึ้น การให้น้ำควรให้ทางก้นกระถาง

2.3 การปักชำใบที่มีตามติด
      ได้แก่ การปักชำใบที่มีแผ่นใบ ก้านใบ และกิ่งหรือลำต้นที่มีตาติดอยู่ด้วย เนื่องจากพืชพวกนี้จะออกรากใหม่ได้ดี แต่เกิดต้นใหม่ได้ช้ามาก จึงต้องให้มีตามเก่าติดไปด้วย เพื่อแตกเป็นต้นใหม่ เช่น ยางอินเดีย เปปเปอร์โรเมีย มะนาว
การปักชำควรชำส่วนของลำต้นให้ตาจมลงไปประมาณ ? นิ้ว จะเกิดรากและยอดขึ้นมาใหม่ตรงบริเวณข้อ

                              * การปักชำราก *
        การปักชำรากนิยมทำกับไม้ผล เช่น สาเก มะไฟ ปีป และแคแสด โดยใช้รากที่มีเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ ? นิ้ว ตัดเป็นท่อน ๆ ยาวประมาณ 2–4 นิ้ว ชำลงในวัสดุปักชำ รดน้ำให้ชุ่ม จะเกิดการแตกรากทางด้านปลายและแตกยอดใหม่ทางด้านโคนของราก

การสกัดรากนิยมทำกับต้นสาเก แคแสด โดยการตัดรากให้ขาดจากกันแต่ยังไม่ขุดย้าย รดน้ำให้ชุ่ม รากที่ถูกตัดขาดจากรากของต้นแม่จะแตกยอดขึ้นมาใหม่ หลังจากต้นโตพอสมควรจึงขุดย้ายไปปลูกได้

                                 การดูแลรักษากิ่งปักชำ

       หลังจากปักชำเรียบร้อยแล้ว จะต้องหมั่นตรวจดูระบบการให้น้ำ ถ้ากิ่งปักชำได้รับน้ำน้อยไปจะเกิดการเหี่ยวแห้ง หรือวัสดุปักชำแฉะเกินไปเนื่องจากมีการให้น้ำสม่ำเสมอ แต่ระบบการระบายน้ำไม่ดี ทำให้วัสดุปักชำแฉะ กิ่งปักชำจะเกิดการเน่าเสียหายได้ กิ่งชำที่มีใบติดการให้น้ำควรให้น้ำเป็นละอองบาง ๆ บ่อยครั้งต่อวัน จะให้ผลดีกว่าการให้น้ำจนโชกแต่น้อยครั้ง
นอกจากระบบน้ำแล้วควรจะต้องตรวจดูการเป็นโรค เนื่องจากในกระบะปักชำจะมีความชุ่มชื้นสูง โอกาสที่กิ่งปักชำจะเป็นโรคสูงมาก จึงต้องมีการฉีดยากันราเป็นระยะ ๆ (ควรให้สำหรับพืชบางชนิดเท่านั้น)
ในกรณีที่ไม่สามารถย้ายปลูกได้ จำเป็นต้องเก็บกิ่งตัดชำไว้ในกระบะต่อ ควรจะมีการให้ปุ๋ยเสริมไปจนกว่าจะทำการย้ายปลูก เนื่องจากวัสดุปักชำจะมีธาตุอาหารต่ำมาก ก่อนให้ปุ๋ยกิ่งตัดชำควรจะทำความสะอาดกระบะชำ หากในกระบะชำมีใบร่วงหรือมีกิ่งที่แห้งตายต้องเอาออกทันที เพราะใบแห้งจะเป็นแหล่งของเชื้อราซึ่งอาจแพร่กระจายไปยังกิ่งปักชำอื่น ๆ ต่อไป
                         การตรวจสอบการออกรากของกิ่งปักชำ
      พืชแต่ละชนิดจะมีความสามารถออกรากในระยะเวลาไม่เท่ากัน และเมื่อกิ่งปักชำออกรากแล้วควรจะย้ายไปปลูกในวัสดุปลูกใหม่ เนื่องจากวัสดุปักชำประกอบด้วยทราย ขี้เถ้า แกลบ ซึ่งมีธาตุอาหารต่ำมาก การตรวจสอบว่ากิ่งปักชำออกรากหรือยัง ทำได้โดยการใช้มือจับกิ่งปักชำ ลองถอนย้ำเบา ๆ ถ้าหลวมแสดงว่ายังไม่ออกราก ถ้าเริ่มแน่นแสดงว่ามีการออกรากแล้ว เมื่อคาดว่ามีรากมากพอควรสุ่มถอนกิ่งปักชำขึ้นมาดูปริมาณราก การย้ายปลูกควรพิจารณาการเจริญเติบโตของลำต้นประกอบกับการออกราก ถ้าลำต้นมีการเจริญเติบโตดีร่วมกับมีระบบรากที่โตพอ จึงทำการย้ายปลูก เนื่องจากพืชบางชนิดจะมีการแตกตาเร็วในขณะที่รากยังไม่งอก ฉะนั้น การย้ายปลูกจะดูแต่การเจริญของลำต้นหรือรากอย่างเดียวไม่ได้
                             การย้ายปลูกกิ่งปักชำ
         การปักชำในวัสดุทรายผสมขี้เถ้าแกลบอัตราส่วน 1:1 นั้น เมื่อรากและต้นเจริญดีแล้ว ควรย้ายปลูกในวัสดุปลูกใหม่ โดยปฏิบัติดังนี้
         1. การย้ายปลูกกิ่งแก่
         การย้ายปลูกควรกระทำด้วยความประณีต ระวังไม่ให้รากขาดหรือขาดน้อยที่สุด โดยการขุดแทนการถอน การย้ายปลูกควรย้ายลงภาชนะตั้งไว้ในที่ร่มหรือรำไร จนกระทั่งพืชตั้งตัวได้แล้ว จึงนำไปปลูกตามที่ต้องการ เนื่องจากการย้ายปลูกรากพืชจะขาด ถ้านำไปปลูกในแปลงทันทีกิ่งปักชำอาจเหี่ยวตายได้เนื่องจากการขาดน้ำ (ยกเว้นพืชชนิดที่มีการสร้างระบบรากได้เร็ว)

          2. การย้ายปลูกกิ่งปักชำในกระบะพ่นหมอก
          กิ่งปักชำในกระบะพ่นหมอก ได้แก่ กิ่งกึ่งอ่อนกึ่งแก่ กิ่งอ่อน สภาพแวดล้อมในขณะปักชำกิ่งจะได้รับความชื้นสูงตลอดเวลา ฉะนั้น การย้ายปลูกกิ่งตัดชำพวกนี้ต้องทำด้วยความระมัดระวังเป็นพิเศษ คือค่อย ๆ ลดความชื้นลง หรือพยายามฝึกให้พืชค่อย ๆ เคยชินกับการได้รับความชื้นน้อยลง ไม่ควรย้ายปลูกทันทีหลังออกรากในกระบะพ่นหมอก พืชจะขาดน้ำอย่างรุนแรง เนื่องจากรากขาดและการขาดน้ำจากกระบะพ่นหมอก การย้ายปลูกกิ่งปักชำในกระบะพ่นหมอก มีแนวทางปฏิบัติดังนี้

        (1) ลดการให้น้ำกับกิ่งปักชำโดยให้ระยะการฉีดพ่นน้ำค่อย ๆ ห่างเพิ่มขึ้น เพื่อให้พืชได้รับน้ำน้อยลง จนกระทั่งเหลือการให้น้ำเช้าเย็นเท่านั้น เมื่อสังเกตเห็นว่าพืชยังสมบูรณ์ดีเหมือนเดิมจึงย้ายปลูกได้
        (2) ป้องกันการขาดน้ำจากการย้ายปลูกโดยการปักชำในกระบะเล็ก ๆ หรือถึงเล็ก ๆ เรียงใส่กระบะเล็ก วางในกระบะพ่นหมอก หลังจากที่กิ่งออกรากแล้วจึงย้ายกระบะปักชำไปไว้ในที่ร่มรำไร มีความชื้นสูง จนกระทั่วพืชตั้งตัวได้ดี จึงย้ายปลูกลงแปลง ชาวสวนโดยทั่วไปนิยมวิธีนี้เนื่องจากรากไม่กระทบกระเทือน จึงมีโอกาสรอดสูง
    (3) ย้ายปลูกทันทีหลังจากกิ่งปักชำออกรากแล้ววางกิ่งปักชำไว้ในที่ร่มและมีความชื้นสูง เมื่อพืชตั้งตัวได้แล้วจึงเริ่มให้ได้รับแสงแดด ข้อควรระวังคืออย่าให้กิ่งที่ย้ายปลูกแห้ง ควรรดน้ำบ่อย ๆ และทำการย้ายปลูกด้วยความระมัดระวัง

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น